ตะกร้าสินค้า
No products in the cart.
100% Secure Checkout!
฿ 0

healthy tips

เคล็ดลับสุขภาพดี

4 พฤติกรรม ทำให้ผิวดูมีอายุ เลิกได้เลิกด่วน

4 พฤติกรรม ทำให้ผิวดูมีอายุ เลิกได้เลิกด่วน

อย่าปล่อยให้ผิวของคุณสูญเสียไปตามกาลเวลา 4 พฤติกรรมทำผิวดูมีอายุ เลิกได้เลิกด่วน Botera Drink ตัวช่วยที่รู้ใจผิว วิตามินซี 120% วิตามินอี 70% มีส่วนประกอบของ… เอลเดอร์เบอร์รี่ แบล็คเคอร์แรนต์ ซีแซนดราเบอร์รี่ มากิเบอร์รี่ ฯลฯ 1. อดหลับอดนอน การนอนน้อย ยิ่งเป็นการย่นระยะเวลา ซ่อมแซมผิวจากการถูกทำร้ายระหว่างวัน จากแสงแดด, มลพิษต่างๆ ทางที่ดี ควรนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน 2.สะสมความเครียด ความเครียดสะสม บั่นทอนสุขภาพร่างกายและจิตใจ ได้มากกว่าที่คิดทั้งยังทำให้ร่างกาย เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเอาง่ายๆ 3.ติดน้ำตาล น้ำตาลที่สูงมากเกินไป จะทำให้เกิดการบาดเจ็บ ของระบบหลอดเลือด และเซลล์ผิวหนังได้ 4.ไม่กินผักและผลไม้ ผลไม้นั้นอุดมไปด้วย สารอาหารบำรุงผิว เช่น วิตามินอี วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี 3ช่วยเรื่องคอลลาเจน รวมถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านความแก่ได้ เป็นอย่างดี Botera Drink ตัวช่วยที่รู้ใจผิว🍷 วิตามินซี 120% วิตามินอี 70% มีส่วนประกอบของ… 🍒 เอลเดอร์เบอร์รี่ 🍒 แบล็คเคอร์แรนต์ 🍒 ซีแซนดราเบอร์รี่…
รวม 9 Tips ลดน้ำหนักด้วยตัวเองฉบับ "คนชอบกิน" หุ่นดีมีได้ แค่ปรับไลฟ์สไตล์!

รวม 9 Tips ลดน้ำหนักด้วยตัวเองฉบับ "คนชอบกิน" หุ่นดีมีได้ แค่ปรับไลฟ์สไตล์!

สารบัญ รักการกินไม่ว่า แต่ถ้ารู้หลักการกินที่ถูกต้อง ก็คุมน้ำหนักได้ ! เพราะร่างกายมีการเผาผลาญในแต่ละวันอยู่แล้ว เช่น การนั่งทำงานใช้สมอง 1 ชั่วโมง ก็อาจเบิร์นได้ถึง 110 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นการกินที่ถูกต้องจึงเป็นปัจจัยหลักสำหรับผู้ที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเองเพื่อพิชิตหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มในฝัน ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มทำตาม 9 สูตรลดน้ำหนักและเคล็ดลับดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันเลย  1. สารอาหารและพลังงานต้องเพียงพอต่อร่างกาย วิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ คือควรรู้ว่าในแต่ละวัน เราต้องการพลังงานเท่าใด โดยทั่วไปสาว ๆ ต้องการพลังงาน 1,500-1,800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ส่วนหนุ่ม ๆ ต้องการมากถึง 1,800-2,000 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และตรวจดูอัตราการเผาผลาญให้เหมาะสมด้วยการคำนวณค่า BMR (Basal Metabolic Rate)  2. ทุกอย่างกินได้ อยู่ที่ปริมาณ สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องแคลอรี่ในอาหาร ปัจจุบันเราสามารถนับแคลอรี่ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Foodvisor, Calories Diary หรือ CalTracker ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งสูตรลดน้ำหนักที่ช่วยเสริมสุขภาพที่ดีให้ตัวเองไปได้ในตัว และที่สำคัญ อย่าลืมลดโซเดียม และน้ำตาลด้วยนะ ! 3. จานยิ่งแดงยิ่งเพิ่มความแรงในการคุมอาหาร การเสิร์ฟอาหารในจานสีแดงเป็นสูตรลดน้ำหนักที่แสนชาญฉลาด เพราะมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าสีแดงของจานจะช่วยลดความอยากอาหารลง โดยเราสามารถใช้เทคนิคนี้กับอาหารที่มีแคลอรี่สูงเพื่อควบคุมอาหารได้ เช่น…
บอกลาขอบตาหมีแพนด้า ด้วย 3 วิธีแก้ใต้ตาดำแบบเห็นผล

บอกลาขอบตาหมีแพนด้า ด้วย 3 วิธีแก้ใต้ตาดำแบบเห็นผล

สารบัญ ใต้ตาดำหรือขอบตาดำเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้หลายคนไม่น้อย เพราะทำให้หน้าไม่สดใส ดูมีอายุ และเสียความั่นใจ แต่หมดห่วงได้ เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวรอบดวงตาง่ายๆ 3 วิธีมาฝาก ใครที่มีปัญหาใต้ตาดำ หมองคล้ำรีบแชร์เก็บไว้อ่านเลย ! เคล็ดลับที่ 1 มาสก์ใต้ตาดำด้วยสูตรธรรมชาติ วิธีแก้ใต้ตาดำที่สาว ๆ หลายคนนิยมคือการมาส์กใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ทั้งอ่อนโยน ปลอดภัย สามารถมาสก์ได้ทุกวันก่อนนอน และหมุนเวียนสูตรแก้ขอบตาดำได้ด้วยนะ วิธีแก้ใต้ตาดำสูตรที่ 1 ว่านหางจระเข้ ล้างว่านหางจระเข้ด้วยน้ำสะอาด หั่นเปลือกว่านหางจระเข้ด้านข้างที่มีลักษณะเป็นหนามออก ปอกเปลือกด้านบนตามแนวยาว หั่นวุ้นสีใส ๆ ภายในออกมาใช้ (ระวังอย่าให้ติดเปลือก เพราะเปลือกจะมีลักษณะเป็นน้ำยางซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายเคืองได้) นำวุ้นใส ๆ ที่ได้ไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มียางของเปลือกติดมา นำวุ้นที่เตรียมไว้ประคบไว้รอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ในว่านหางจระเข้มีส่วนผสมของสารสกัดมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ได้แก่ อะล็อกติน เอ และ บี (Aloctin A, B) : ช่วยลดการอักเสบใต้ผิวหนัง สมานแผล ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนัง ผลัดเซลล์ผิวเสีย และช่วยให้รอยแผลเป็นจากสิวและจุดด่างดำดูจางลง วิตามิน B : ช่วยลบเลือนริ้วรอย คงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวดูมีออร่า วิตามิน…
7 เคล็ดลับ "ทำให้นอนหลับง่าย" นอนให้ดีกี่ปีก็ไม่ป่วย

7 เคล็ดลับ "ทำให้นอนหลับง่าย" นอนให้ดีกี่ปีก็ไม่ป่วย

สารบัญ อาการนอนไม่หลับ หรือ นอนหลับยาก เป็นอาการหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในทุกเพศทุกวัย ซึ่งอาจมีปัญหามาจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่เอื้อต่อการนอนหลับ เช่น มีตารางงานที่ไม่เป็นเวลา  มีปัญหาทางด้านจิตใจ ความเครียดสะสม ความวิตกกังวลในระหว่างวันเกิดหรืออาจจะเกิดจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หอบหืด ภูมิแพ้ พอนอนไม่หลับติดต่อกันนานวันเข้า รู้สึกว่าร่างกายทรุดโทรมลง และป่วยง่าย ซึ่งบทความนี้จะมาแชร์ 7 เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้น และส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยนอนเพียง 4-5 ชั่วโมง ตื่นมาแล้วแต่ยังรู้สึกสดชื่น แต่ความสามารถในเรื่องอื่น ๆ อาจลดลง เป็นเพราะการนอนที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่ครบจำนวนชั่วโมงนั่นเองค่ะ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับให้มีคุณภาพควรอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมง มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไรนัก วิธีที่ 1 ฝึกลมหายใจแบบ Wim Hof ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับคงเคยได้ยินการฝึกหายใจแบบ Wim Hof มาบ้างแล้วว่าเป็นวิธีที่จะทำให้นอนหลับได้ง่ายและดีขึ้น วิธีนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการฝึกหายใจเข้าให้ลึกและหายใจออกให้หมด 30 ครั้ง ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากกว่าปกติส่งผลให้เซลล์ร่างกายทำงานดีขึ้น ช่วยให้หลับง่ายมากขึ้น เป็นข้อดีที่หลายคนมองเห็นด้วยการฝึกฝนตามหลักการที่ Wim Hof ได้อธิบายไว้ 4 ขั้นตอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ Guided Wim Hof Method…
ภูมิแพ้อากาศ รู้ทัน ป้องกันได้

ภูมิแพ้อากาศ รู้ทัน ป้องกันได้

สารบัญ อาการ “แพ้อากาศ” หรือ “โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้” ถือเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย อาการโดยทั่วไปคล้ายหวัด ทำให้หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าไม่อันตราย แต่ความจริงแล้ว “โรคภูมิแพ้อากาศ” มีรายละเอียดมากกว่าที่คิด และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ภูมิแพ้อากาศเกิดจากอะไร 1.ภูมิแพ้อากาศจากพันธุกรรม โรคภูมิแพ้อากาศเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยผลวิจัยพบว่าหากครอบครัวไหนที่ทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ลูกก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ประมาณ 50-70% แต่ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ลูกมีโอกาสเป็นประมาณ 30% เท่านั้น 2.ภูมิแพ้อากาศจากสารก่อภูมิแพ้    สารก่อภูมิแพ้มาจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราทั้งภายในและภายนอกบ้าน เช่น ไรฝุ่น, ฝุ่นควัน, เกสรดอกไม้, ขนสัตว์, สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง, ควันจากท่อไอเสีย, ควันบุหรี่ และฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น ภูมิแพ้อากาศมีสองประเภท คือ ประเภทที่ 1 ภูมิแพ้อากาศที่เป็นเฉพาะฤดูกาล (Seasonal Allergic Rhinitis) ภูมิแพ้อากาศชนิดนี้ ส่วนมากจะมีอาการภูมิแพ้รุนแรงในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกไม้ และวัชพืชเริ่มสร้างละอองเกสรนั่นเอง ซึ่งเมื่อได้สัมผัสหรือสูดดมเกรสดอกไม้ที่มีขนาดเล็กเข้าไป ทำให้เกิดอาการแพ้ เบื้องต้นจะมีอาการ เช่น  มีน้ำมูกมากผิดปกติ, คัดจมูก, ตาแดง และระคายเคืองตา  เป็นต้น ประเภทที่ 2 ภูมิแพ้อากาศที่เป็นตลอดทั้งปี (Perennial Allergic Rhinitis)…
รู้ทันอาการ ‘ลมพิษ’ พร้อม 10 วิธีการรับมือที่เห็นผล

รู้ทันอาการ ‘ลมพิษ’ พร้อม 10 วิธีการรับมือที่เห็นผล

สารบัญ ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้ ทำให้หลายๆ คน “ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง” ซึ่งโรคหนึ่งที่น่ากังวลมากๆ ฟังดูไกลตัว แต่ความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนก็คือ “โรคลมพิษ” อาการมีตั้งแต่การเป็นผื่นแดงคัน ไปจนถึงแน่นหน้าอก หอบหืด และในบางรายอาจร้ายแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้น มาทำความเข้าใจและหาทางป้องกันเพื่อให้ห่างไกลโรคลมพิษกันดีกว่าค่ะ ลมพิษคืออะไร ลมพิษ (Urticaria) เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่เกิดอาการตามผิวหนัง ลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นแดงตั้งแต่ผื่นขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว สามารถเกิดได้ แม้กระทั่งบนลิ้น คอ หรือหู โดยมากจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ทิ้งร่องรอยไว้ เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย สำรวจตัวเองง่ายๆ ว่ามีอาการของโรคลมพิษหรือไม่ ผ่านการทำความเข้าใจกับลมพิษที่แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ 1.ลมพิษเฉียบพลัน (Acute Urticaria) เป็นอาการผื่นลมพิษที่จะเกิดขึ้นไม่เกิน 6 สัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ได้แก่ อาหาร ยา อากาศ การติดเชื้อไวรัส แต่บางรายก็ไม่อาจหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ ในบางรายอาจจะแสดงอาการรุนแรง เช่น แน่นหน้าอก แน่นจมูก หอบหืด ตลอดจนเป็นลมจากความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น 2.ลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)  มีอาการลมพิษเป็น ๆ หาย ๆ…
รวมไอเดียจัดห้องนอนขนาดเล็กให้น่าอยู่ดูมีสไตล์

รวมไอเดียจัดห้องนอนขนาดเล็กให้น่าอยู่ดูมีสไตล์

การจัดห้องนอนให้น่าอยู่ นับเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะห้องนอนเปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวและเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน การจัดห้องนอนให้น่าอยู่เสมอจึงช่วยเพิ่มบรรยากาศห้องนอนให้เหมาะแก่การพักผ่อน ซึ่งหากเป็นห้องนอนขนาดใหญ่อาจได้เปรียบเพราะสามารถจัดสรรมุมต่าง ๆ ให้ลงตัวได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับห้องนอนขนาดเล็กจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคเพื่อช่วยเนรมิตห้องนอนให้น่าอยู่และดูมีสไตล์อยู่เสมอ จะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ   ไอเดียจัดห้องนอนขนาดเล็กแบบประหยัดพื้นที่ใช้สอย แม้จะเป็นห้องนอนขนาดเล็กแต่เราก็สามารถจัดห้องนอนให้ดูมีพื้นที่มากขึ้นได้ ด้วยเทคนิคสุดเจ๋งที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เนรมิตพื้นที่ห้องนอนให้ดูกว้างขึ้นทันตา โทนสีห้องสว่าง ออกแบบห้องนอนขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้นด้วยการเลือกทาสีห้องนอนด้วยโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีขาวควันบุหรี่ สีครีม สีฟ้าอ่อน รวมถึงสีโทนเย็น เพราะช่วยให้ห้องดูโปร่งและยังสะท้อนแสงสว่างได้ดี ส่งผลให้ห้องนอนดูกว้าง แต่สำหรับผู้ชื่นชอบห้องนอนโทนสีเข้ม แนะนำให้เลือกทาโทนสีเข้มแค่ผนังห้องด้านใดด้านหนึ่ง โดยอาจเลือกด้านที่แคบที่สุดเพื่อหลอกตาให้ห้องดูลึกยิ่งขึ้น จัดทุกอย่างให้เข้ามุม เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำให้ต้องใช้ทุกตารางเมตรห้องนอนอย่างคุ้มค่า และเทคนิคจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับห้องนอนพื้นที่จำกัดคือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ให้เข้ามุม เลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่วางกั้นห้อง โดยวิธีนี้จะช่วยให้ภาพรวมห้องนอนกว้างขึ้น เพิ่มพื้นที่ใช้สอยเป็นอย่างดีแน่นอนค่ะ เลือกเตียงนอนให้เหมาะสมกับขนาดห้อง การเลือกขนาดเตียงนอนขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิก ซึ่งเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุตเหมาะสำหรับการนอน 2 คน แต่หากนอนคนเดียว แนะนำให้เลือกเตียงนอนขนาด 3-3.5 ฟุต ก็เพียงพอและยังทำให้พลิกตัวไปมาได้สบาย ๆ นอกจากนี้อย่าลืมขยับเตียงนอนเข้ามุม เพื่อเพิ่มพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงหรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ นะคะ จัดตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าการจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบจะช่วยทำให้ห้องแคบดูกว้างขึ้น เพราะหากจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าดี ๆ อาจพบว่าสามารถลดขนาดตู้เสื้อผ้าลงได้ อีกทั้งการจัดตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อยยังลดพฤติกรรมการนำของภายในตู้เสื้อผ้าออกมาวางบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ซึ่งส่งผลให้ห้องรกและทำให้ห้องนอนดูแคบลงได้อีกด้วยค่ะ เก็บของไว้ใต้เตียง จัดสรรพื้นที่ใต้เตียงให้เกิดประโยชน์ เพียงหากล่องเก็บของขนาดฟิตพอดีกับพื้นที่ใต้เตียง จากนั้นให้นำสิ่งของบรรจุในกล่องและนำไปวางไว้ใต้เตียง โดยพื้นที่นี้เหมาะกับการเก็บของที่ไม่ค่อยได้หยิบใช้ เช่น เสื้อผ้าไปต่างประเทศ…
วิธีการออกกำลังกายในบ้าน เบิร์นแคลอรี่เยอะสุดๆ แม้ไม่มีอุปกรณ์!

วิธีการออกกำลังกายในบ้าน เบิร์นแคลอรี่เยอะสุดๆ แม้ไม่มีอุปกรณ์!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โควิด-19 (ที่เรากำลังเผชิญในปี 2021) ทำให้หลายท่านต้องทำงานที่บ้าน ที่เรียกว่า WORK FROM HOME ซึ่งทำให้เราคุ้นชินกับการอยู่บ้าน ความสะดวกสบายนี้ ทำให้เราเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง บ้างก็กินเยอะขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดผลเสีย คือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น การออกกำลังกายภายในบ้านจึงถือเป็นเรื่องที่จำเป็นในปัจจุบัน วันนี้เราจะมาเสนอวิธีการออกกำลังกายที่บ้าน เบิร์นแคลอรีได้ดี แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์ มาดูกันเลย   การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่บ้าน   ออกกำลังกายคือสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของทุกคน แต่ถ้าหากออกกำลังกายผิดวิธี แทนที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุด อาจต้องเจอปัญหาสุขภาพจนต้องไปโรงพยาบาลเลยก็เป็นได้ มารู้จักประเภทของการออกกำลังกายที่บ้านว่ามีกี่วิธี และแต่ละวิธีเหมาะกับใคร มีความแตกต่างกันอย่างไรที่สำคัญการออกกำลังกายอย่างถูกต้องควรทำอย่างไรบ้าง    การออกกำลังกายที่เกิดแรงกระแทกต่ำ (Lower Impact Cardio Exercise) คือการออกกำลังกาย ที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม หรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเกี่ยวกับข้อต่อไขกระดูก ซึ่งจะมีวิธีการและการใช้อุปกรณ์ช่วยในการลดการกระแทกโดยตรงต่อระบบข้อเข่านั่นเอง   การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่บ้านที่ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากจะออกกำลังกาย โดยการเดินนั้นหลายท่านคิดว่าจะไม่สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้สูง แต่การเดินนั้นจะเหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และการเดินยังช่วยลดการกระแทกหัวเข่าได้มากกว่าการวิ่งอีกด้วย หากเดินได้ชั่วโมงละ 6.5 กิโลเมตร จะสามารถเบิร์นได้ถึง 668 กิโลแคลอรี่ โดยทุกๆ 20 ก้าว คุณจะเผาผลาญพลังงานไป 1แคลอรี่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักด้วย หากคุณมีน้ำหนักตัวที่มาก การผลาญพลังงานก็สูงตามไปด้วยนั้นเอง สำหรับใครที่มีน้องหมา…
3 เคล็ดลับไร้โรค ป่วยยาก ฉบับมนุษย์ออฟฟิศ

3 เคล็ดลับไร้โรค ป่วยยาก ฉบับมนุษย์ออฟฟิศ

เหล่ามนุษย์ออฟฟิศอย่างเรา ๆ ต้องนั่งทำงานจนหัวฟูตั้งแต่เช้ายันเย็น แถมยังต้องเจอกับปัญหาไม่ซ้ำเรื่อง และแรงกดดันจากคนรอบตัวจนแทบไม่มีเวลาได้หายใจ กิจวัตรการทำงานที่แสนปั่นป่วนทำให้เราหลายคนลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองไป พอรู้ตัวอีกทีก็ต้องเสียค่าหมอรักษากันเมื่อยามเกษียณ หลายคนจึงเริ่มกลับมาใส่ใจกับสุขภาพ เน้นสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน (work-life balance) และติดตามเทรนด์ด้านสุขภาพที่หลากหลาย ในวันนี้บทความของเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพและวิธีดูแลกล้ามเนื้อง่าย ๆ ที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบอยู่ในปัจจุบัน   เคล็ดลับที่ 1 ปรับไลฟ์สไตล์ให้แอคทีฟ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สถานการณ์ตึงเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่ทำงาน หลายคนจึงมักหาทางออกด้วยการกิน นอกจากนี้ด้วยความเคยชินชาวออฟฟิศส่วนใหญ่ก็เลือกใช้ชีวิตอยู่แต่กับโต๊ะทำงาน ไม่ขยับไปไหน พอพักเที่ยงก็หยิบงานวางลงพื้นแล้วยกข้าวกล่องขึ้นมากินเพื่อให้กลับไปทำงานต่อได้ทันที จึงไม่แปลกที่จะเผชิญปัญหาทั้งน้ำหนักตัว และสุขภาพแย่ลง แต่เพียงปรับกิจวัตรการทำงานให้ได้เคลื่อนไหวขยับตัวขึ้นอีกหน่อย ปัญหาเหล่านี้ก็อาจจะหมดไป  ขยับร่างกายเสริมความแอคทีฟระหว่างวัน แม้ชีวิตของเราจะวนเวียนอยู่แต่ในออฟฟิศ แต่เราเองก็สามารถเสริมวิธีดูแลสุขภาพและกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายง่าย ๆ ที่แทบไม่ต้องออกไปไหน แถมยังไม่รบกวนเวลาการทำงานของเราอีกด้วย  ใช้ประโยชน์จากตึกสูง แล้วหันมาขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หลายคนต้องทำงานบนตึกสูงที่ต้องใช้ลิฟต์สัญจรขึ้น-ลงทุกวัน ลองหันมาดูแลสุขภาพและกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ด้วยการกดลิฟต์ที่อยู่ต่ำกว่าชั้นที่เราทำงานลงมาสัก 2 – 3 ชั้น แล้วเปลี่ยนเป็นเดินขึ้นบันไดไปทำงาน โดยในแต่ละขั้นที่เราก้าวขึ้นนั้นจะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่า และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้กับร่างกายได้อย่างดี ลองปรับการขึ้น-ลง บันไดให้ท้าทายขึ้นด้วยการเสริมท่าต่าง ๆ ทั้งท่ายืดแข้งขา หรือก้าวสองขั้น ก็ช่วยให้การเดินขึ้นบันไดกลายเป็นการออกกำลังกายที่สนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   คุยงานส่งงานโดยตรงแทนที่การส่งไลน์หากัน บางครั้งความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีการสื่อสารในชีวิตประจำวันก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นผู้ป่วยติดโต๊ะ(ทำงาน) ซึ่งคงไม่ดีนักสำหรับสุขภาพระยะยาว ดังนั้นแทนที่จะนั่งตอบไลน์ส่งงานกัน ลองหันมาใช้วิธีดูแลสุขภาพโดยการเปลี่ยนอิริยาบถเป็นเดินออกไปคุยปรึกษางานกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราได้ยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้ผละออกจากสภาพที่ตึงเครียดบนโต๊ะทำงาน และยังได้มีปฏิสัมพันธ์ทางตรงกับคนอื่น…
4 เคล็ดลับ เปลี่ยนหน้าหมองคล้ำไม่มีราศี กลายเป็นผิวดีกระจ่างใส

4 เคล็ดลับ เปลี่ยนหน้าหมองคล้ำไม่มีราศี กลายเป็นผิวดีกระจ่างใส

ผิวหมองคล้ำถ้าปล่อยทิ้งไว้จะนำไปสู่ปัญหาผิวอื่นๆ และยังส่งผลกระทบต่อจิตใจด้วย ซึ่งปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำไม่มีราศีถือว่าเป็นปัญหากวนใจอันดับต้นๆ ของสาวๆ หลายคนเช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำก็มาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งการเผชิญแสงแดด มลภาวะ สภาพอากาศ การใช้ชีวิตประจำวัน อาหารการกิน รวมถึงการขาดการดูแลผิวที่ดีและถูกต้องด้วย ซึ่งสาเหตุทั้งหมดนี้นอกจากจะทำให้หน้าหมองคล้ำไม่มีราศีแล้ว ยังทำให้ผิวหน้ามีริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระตามมาอีกด้วย แต่สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาหน้าหมองคล้ำเหล่านี้อยู่ก็อย่าพึ่งกังวลใจไปค่ะ วันนี้เรามีวิธีแก้หน้าหมองคล้ำมาฝากกัน ซึ่งจะมีวิธีอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลย !   เคล็ดลับที่ 1 ผิวใสขึ้นทันที แค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ จะแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเราก่อนเลยค่ะ เพราะพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราบางอย่างก็ส่งผลเสียต่อผิวโดยตรง แม้จะประโคมการบำรุงผิวไปเท่าไหร่ก็เหมือนเสียเงินทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์ เรามาดูวิธีแก้หน้าหมองคล้ำจากการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันค่ะ ลุยได้ แต่กันแดดด้วย เข้าใจค่ะว่าสาวๆ ยุคใหม่อย่างเรามีความมั่นใจ กล้าลุย ไปไหนไปกัน แต่ก็อย่าลืมป้องกันผิวของเราจากแดดและมลภาวะต่าง ๆ ด้วย เพราะการออกไปเผชิญแดดและมลภาวะก็เป็นสาเหตุที่ทำร้ายผิวของเราได้ ซึ่งสิ่งที่ทำร้ายผิวเราได้มากที่สุดเลยก็คือเจ้าแสง UV นั่นเองค่ะ แสง UV เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าหมองคล้ำไม่มีราศี เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย และเจ้าแสง UV นี้ก็มีอยู่ทุกที่ ทั้งจากแดดเอย จากหลอดไฟเอย แม้จะอยู่ในที่ร่มก็ไม่รอดจ้า ฉะนั้น ไอเทมที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือครีมกันแดด โดยเลือกค่า SPF ให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ ทีนี้จะออกไปลุยที่ไหนก็มั่นใจ…
5 ขั้นตอนการทำ Social Detox ด้วยการเขียนบูโจ

5 ขั้นตอนการทำ Social Detox ด้วยการเขียนบูโจ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสังคมยุคใหม่ Social Media ได้เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของเราแทบทุกฝีก้าว เพราะนอกจากจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารสะดวกสบายแล้ว การใช้เวลาไปกับมันยังสร้างความบันเทิงและผ่อนคลายในวันที่แสนเหนื่อย ถึงข้อดีของการใช้โซเชียลมีเดียจะมีไม่น้อย แต่ชีวิตที่ต้องออนไลน์อยู่ตลอดอาจนำมาสู่อาการ “ติดโซเชียล” และปัญหาด้านต่าง ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันหลาย ๆ คนจึงเลือกออกห่างจาก Social Media ด้วยการทำ Social Media Detox เพื่อคืนสมดุล กลับมาทบทวนตัวเอง และหันมาให้คุณค่ากับชีวิตมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีการที่หลากหลาย และหลายต่อหลายครั้งก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ในแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง ในบทความนี้เราจะพามาดูเคล็ดลับวิธีทำ Social Detox ที่ได้ผลด้วยวิธีการเขียนบูโจ เครื่องมือที่จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ออกแบบได้ ห่างไกลจากโลกโซเชียล จะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูกันเลย ! Social Detox คืออะไร ก่อนที่เราจะเริ่มต้น ก็อยากพามาทำความเข้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ social detox กันก่อน หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า Social Detox หรือ Social Media Detox คือ การบำบัดอาการติดโซเชียลที่มากเกินพอดี โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ที่บ่อยจนเกินไป กินข้าวก็จับ นั่งรถก็จับ อยู่กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฟูงก็ยังจับโทรศัพท์ไม่ปล่อย นานวันเข้าก็ติดโทรศัพท์หนักจนทำให้ตารางชีวิตรวนไม่เป็นท่า แถมยังพ่วงมาด้วยปัญหาสุขภาพในด้านต่าง…
HI POWER SHOT ดีอย่างไร ลูกค้าถึงได้ภักดิ์ดีต่อแบรนด์

HI POWER SHOT ดีอย่างไร ลูกค้าถึงได้ภักดิ์ดีต่อแบรนด์

ในขณะที่โลกของธุรกิจอาหารเสริมกำลังเติบโตอย่างมาก บนความต้องการที่จะดูแลตัวเองของเหล่าคนรักสุขภาพและสนใจเรื่องความสวยความงาม หลายแบรนด์ “ปล่อยของ” สู่ตลาด เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกันด้วยคุณภาพของสินค้า และโปรโมชั่นล่อใจ หนึ่งแบรนด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดและหลายคนรู้จักนั่นก็คือ “HI POWER SHOT (ไฮ พาวเวอร์ ชอต)” ที่มีจุดเด่นเป็น ส่วนผสม-สารสกัดจากธรรมชาติ ที่จัดเต็มในหนึ่งซองแบบไม่มีกั๊ก โดยแบรนด์มีแรงบันดาลใจที่ว่า “สร้างเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดด้วยตัวคุณเอง” การเปลี่ยนแปลงตัวเองผ่านอาหารเสริมรูปแบบชง สารสำคัญเข้าสู่ร่างกายเพื่อไปเปลี่ยนแปลงผู้บริโภคให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งหลายคนที่ได้ทานต่างบอกว่ามันช่างดีต่อร่างกาย ส่งผลให้ดีต่อใจเหลือเกิน ซื้อแล้วก็ซื้อซ้ำๆ ทานประจำจนเกิดเป็นการภักดิ์ดีต่อแบรนด์ ในโลกของคนรักสุขภาพ การเสาะแสวงหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่คุ้มค่าสมราคา และให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ในหลายๆ ด้าน ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่ต้องค่อยๆ พิจารณา หากถามว่า “HI POWER SHOT ดีอย่างไร” คำตอบที่ได้คงจะเป็น ความใส่ใจในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มันเริ่มต้นมาจาก “คนรักสุขภาพ” อย่างแท้จริง อยากทานแบบไหน อยากเป็นเช่นไร อยากส่งต่อสิ่งดีๆ อย่างไร ก็ใส่ส่วนผสมแบบนั้นลงไปให้ผู้บริโภค ผลลัพธ์ที่ได้อาจขึ้นอยู่กับตัวบุคคล แต่สำหรับผู้ที่ทานสม่ำเสมอนั้น แน่นอนว่าคุณประโยชน์จากสารสกัดที่ HI POWER SHOT เลือกสรรมาใส่ลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแบบจัดเต็ม ย่อมทำให้เห็นถึงพัฒนาการของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีงาม จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรักและปักใจกับแบรนด์โดยไม่คิดนอกใจ HI POWER SHOT ดีอย่างไร คำถามนี้อาจตอบได้ด้วยรีวิวของผู้ทานจริงจำนวนมาก รวมถึงการโตแบบก้าวกระโดดของตัวสินค้าเอง ที่ ณ วันนี้ เป็นหนึ่งในอาหารเสริมระดับพรีเมียมที่ผู้บริโภคจะนึกถึงเมื่อต้องดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม…
5 วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

5 วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

ปัญหาโลกแตกของผู้หญิงส่วนใหญ่ จะไม่พ้นอาการปวดประจำเดือน บางคนแทบจะทุกเดือนด้วยซ้ำ ! บางคนปวดแบบรับได้ แต่สำหรับท่านใด้ที่ปวดหนัก จากหงุดหงิดเนื่องจากฮอร์โมนแปรปรวนแล้ว กลายเป็นว่าทรมานขึ้นไปอีก ! และไม่อยากกินยาเยอะ เพราะกลัวดื้อยา แถมไตพัง! วันนี้เรามีวิธีช่วยบรรเทาหายจากอาการปวดประจำเดือน! 1. กินน้ำอุ่น การจิบน้ำอุ่น ระหว่างวันสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ แต่ไม่ควรดื่มเป็นชา หรือกาแฟ เพราะเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจจะทำให้คุณปวดประจำเดือนรุ่นแรงได้ 2.ประคบร้อน ไอเทมยอดฮิตที่สาวๆ น่าจะนึกถึงเป็นอันดับแรก พกไว้ติดบ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งการประคบร้อนจะบริเวณหน้าท้องจะช่วยให้กล้ามเนื้อ ที่ตึง ปวดบิด ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี 3.นวดบริเวณท้องน้อย วิธีเบื้องต้นที่สาว ๆ ทำได้เลย คือนวดวนเป็นวงกลมเบาๆ  บริเวณที่ปวด เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องผ่อนคลาย 4.ออกกำลังกายเบาๆ การออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือน ควรออกแบบเบาๆ แบบไม่หนักมาก เช่นการเดินเร็ว โยคะ ในท่าที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ลดอาการปวดประจำเดือนได้เป็นอย่างดี แถมสาร Endorphins ที่หลั่งออกมาในช่วงออกกำลังกาย… ยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีอีกด้วย 5. Powershot สูตร SKIN มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนของสาวๆ ได้ดี เช่น ผงลูกพีช ทับทิมสเปน กระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น ดีจากภายในสู่ภายนอก หมดกังวลกับการปวดประจำเดือนไปได้เลย !
ขี้ลืม ความจำไม่ดี สัญญาณ อาการสมองเสื่อม

ขี้ลืม ความจำไม่ดี สัญญาณ อาการสมองเสื่อม

อาการขี้ลืม มักเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ส่วนใหญ่พบในวัยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของอาการโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ซึ่งหากรักษาช้า จะทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตตามมา อัลไซเมอร์ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 (Early-Stage) ระยะเริ่มต้น อาการคือ จะหลงลืมในเรื่องใหม่ๆ เรื่องที่เพิ่มพูดไป หรือทำไป เช่น การพูดเรื่องราวเดิมๆ ถามซ้ำๆ พูดซ้ำๆ หรือเห็นสิ่งของแต่จำไม่ได้ว่า สิ่งนั้นเรียกว่าอะไร หรือเรียกไม่ถูก เริ่มสับสน ระยะที่ 2 (Middle-Stage) ระยะนี้ อารมณ์จะหงุดหงิดแปรปรวย บุคลิกภาพเปลี่ยนไป และสูญเสียความทรงจำมากขึ้นกว่าระยะแรก ใช้ภาษาสื่อสารผิดพลาด เรียกชื่อผิดๆ ถูกๆ และเริ่มเห็นภาพหลอน ระยะที่3 (Late-Stage) ระยะที่4 หนักที่สุด คือการเคลื่อนไหวร่างกายจะน้อยลง หรือนอนติดเตียง อาหารจะเฉยเมยหรือไม่สนใจอะไรเลย จำใครไม่ได้ แม้กระทั่วชื่อของตัวเอง และเริ่มมีอาการทางจิตใจหนักขึ้น เช่น ขว้างปาสิ่งของ ซึ่งต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นควรที่จะคอยสังเกตุตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากมีอาการหลงลืม หรือความจำไม่ดี ควรทานผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการเพิ่มพลังสมอง เช่น Powershot สูตร Brain ซึ่งมีส่วนผสมจากธรรมชาติ 21 ชนิด รีวิวจากผู้ทานจริง สามารถกระตุ้นการทำงานของสมอง…
5 เคล็ดลับ ฉบับสาวสวย หุ่นลีน !

5 เคล็ดลับ ฉบับสาวสวย หุ่นลีน !

โรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร จะดูแลตัวเองอย่างไรให้อาการดีขึ้น
ผมร่วง เพราะขาดวิตามิน ?

ผมร่วง เพราะขาดวิตามิน ?

สำหรับคนรับประทานมังสวิรัติจะทำยังไงไม่ให้ขาดโปรตีน / หรือมีโปรตีนจากพืชชนิดใดบ้างที่ทดแทนได้
5 ITEM ติดตัวมีไว้อุ่นใจ สู้ COVID-19

5 ITEM ติดตัวมีไว้อุ่นใจ สู้ COVID-19

แนะนำอาหารสมองสำหรับคนทำงานหนักอยากสมองโล่ง หัวไบรต์
Shopping Cart
There are no products in the cart!
Continue Shopping